Unlock Local, Go Global 4 ครีเอเตอร์ชาวไต้หวัน กับไอเดียปั้นคาแรกเตอร์ จากโลคอลสู่ Global IP ให้โดนใจคนทั่วโลก
17.10.2026

หนึ่งในความสำเร็จด้านงานสร้างสรรค์ของไต้หวัน คือ การผลักดันคาแรกเตอร์และครีเอเตอร์ไต้หวันสู่ตลาดโลก ผ่านการสนับสนุนศิลปินให้สร้าง IP คาแรกเตอร์ที่มีสไตล์เฉพาะตัว ซึ่งความโดดเด่นในการสร้างตัวละครให้มีชีวิตชีวานี้เองทำให้คาแรกเตอร์ของพวกเขากลายเป็นที่รักของใครหลายคน ซึ่งภายในงาน Bangkok Illustration Fair 2026 ทาง TAICCA หรือสำนักงานส่งเสริมคอนเทนต์สร้างสรรค์ไต้หวัน ได้พา 4 ศิลปิน ที่ได้เปลี่ยนคาแรกเตอร์จากการวาดเพียงเล่นๆ ให้กลายเป็น Global IP ที่มีแฟนคลับทั่วโลก
คาแรกเตอร์เหล่านี้กว่าจะมีชื่อเสียง มีการพัฒนาอย่างไร ทั้งการพัฒนาบุคลิก การพัฒนาอัตลักษณ์ การสื่อสารที่ฝ่าด่านความแตกต่างทางวัฒนธรรม แล้วทำอย่างไรให้ผลงานโลคอล กลายเป็น IP ที่น่าจับตา เราจะพาไปรู้จักเส้นทางสร้างสรรค์ของพวกเขากัน

Miss Tanghulu มิสถังหูลู่ สาวสไตล์โบราณผู้เปี่ยมอารมณ์ขัน
ช่วงที่ซีรีส์จีนโบราณกำลังได้รับความนิยมอยู่นั้น ศิลปินชาวไต้หวันคนหนึ่งก็เกิดหลงใหลเสื้อผ้า หน้าผม สไตล์การแต่งหน้าของตัวละคร รวมถึงบทละครทั้งรักทั้งชังอันเข้มข้น จึงจุดประกายไอเดียขีดๆ วาดๆ ให้กลายเป็นตัวละครหญิงสาวย้อนยุคที่เปี่ยมไปด้วยอารมณ์ขัน ความน่ารัก น่าหยิก และความตรงไปตรงมา พร้อมหยิบเอาวัฒนธรรมโบราณของไต้หวันมาถ่ายทอดและตีความใหม่ในแบบฉบับของเธอเอง ผ่านการเลือกใช้ลายเส้นที่เป็นลวดลายดั้งเดิมของไต้หวัน มาผสมกับวัฒนธรรมพื้นบ้าน และสีสันสดใสอย่างสีชมพูมาเป็นธีมหลักของคาแรกเตอร์ ‘Miss Tanghulu หรือมิสถังหูลู่’
ทางศิลปินผู้วาดเล่าให้ฟังว่า เมื่อเริ่มวาดเล่นๆ แล้วเผยแพร่ผ่านโซเชียลมีเดียส่วนตัว ก็เริ่มมีเพื่อนรอบตัวและเพื่อนร่วมงานคอยถามไถ่ จึงเริ่มคิดจริงจังว่า มันน่าจะไปต่อได้ และควรทำให้ Miss Tanghulu กลายเป็นคาแรกเตอร์ที่มีชีวิตชีวาเพื่อต่อยอดเป็นแบรนด์ IP เพื่อตอบแทนความรักและความชื่นชอบที่ทุกคนมีให้

ไม่นานหลังจากนั้น Miss Tanghulu ก็ได้รับความนิยมอย่างรวดเร็ว เจ้าของผลงานแอบแซวตัวเองว่า น่าจะเป็นเพราะหน้าตาที่มีเอกลักษณ์ชวนขำขัน รวมถึงกลิ่นอายลึกลับแบบชาวตะวันออกที่ซ่อนอยู่ ทำให้ช่วยดึงดูดความสนใจจากผู้คนหลากหลายวัฒนธรรมทั่วโลก ที่แม้แวบแรกอาจจะไม่เข้าใจตัวเธอทั้งหมด แต่ใช้เวลาไม่นานก็สามารถเข้าถึงได้
“ฉันมีภาพชัดเจนว่าจะวาง Miss Tanghulu ให้เป็น IP แบบไหน จากนั้นก็พยายามสนใจสิ่งต่างๆ รอบตัว นอกเหนือจากเรื่องงาน สังเกตใบหน้าเพื่อนร่วมงาน แมวตามท้องถนน คุณยายที่กำลังสวดมนต์อยู่ในวัด ทุกสิ่งทุกอย่างอีกมากมาย แล้วนั่นแหละ! จะพบองค์ประกอบบางอย่างที่สะดุดตาอยู่เสมอ แล้วค่อยนำสิ่งเหล่านั้นมาผสมผสานกันจนกลายเป็น Miss Tanghulu และคาแรกเตอร์อื่นๆ ในโลกของเธอ” เจ้าของผลงานเล่าให้ฟังถึงไอเดียในการสร้างบุคลิกให้ IP
“สิ่งที่ทำให้ฉันดีใจมาก คือการได้นำองค์ประกอบทางวัฒนธรรมแบบดั้งเดิมเข้ามาผสมผสานกับความร่วมสมัย แล้วทำให้ผู้ชมเข้าใจและสนุกไปกับสิ่งนั้น ฉันรู้สึกมีความสุขและอิ่มใจมากๆ ที่ได้สร้างสรรค์ภาพประกอบของตัวเอง” เธอเล่าด้วยความสุข
และสำหรับงาน BKKIF 2026 นี่เป็นครั้งแรกที่ Miss Tanghulu จะเดินทางมาพบแฟนๆ ในประเทศไทย ซึ่งเธอ กำลังตั้งหน้าตั้งตารอ ที่จะพบผู้ชมทุกคน และลุ้นว่าภาพประกอบที่มีรากฐานจากวัฒนธรรมไต้หวันจะช่วยจุดประกายอะไรให้เกิดขึ้นภายในงาน Bangkok Illustration Fair บ้าง!

สำหรับแฟน Art Toys คงคุ้นหน้าคุ้นตากับ IP ‘iiiii_dont_know’ คาแรกเตอร์ที่นำเทพเจ้าจากศาลเจ้าไต้หวันมาตีความใหม่ให้เต็มเปี่ยมไปด้วยความสนุกสนาน ผ่านการเลือกใช้สีแดง และสีชมพูที่ช่วยสร้างความสดใสราวกับสีสันของลูกกวาด ทำให้เทพเจ้าที่คุ้นเคยในอดีต ถูกถ่ายทอดออกมาเป็นงานดีไซน์ที่แสนถูกใจคนรุ่นใหม่ ที่ยังคงไม่ลืมภาพสะท้อนรากเหง้าของวัฒนธรรมดั้งเดิม
iiiii_dont_know ตั้งต้นมาจากความทรงจำของศิลปินในวัยเด็ก ที่ผู้ใหญ่มักพาไปไหว้พระและสักการะเทพเจ้าตามวัด ก็เลยได้ชมการแสดงพื้นบ้านตามท้องถนนในช่วงเทศกาลสำคัญของวัดอยู่บ่อยๆ เขาจึงรู้สึกอยู่เสมอว่าเทพเจ้าไต้หวันเป็นเพื่อนสนิทที่อยู่ด้วยกันมาตลอด ส่วนหน้าตากลมๆ และท่าทางดูเปิ่นนิดๆ ของคาแรกเตอร์ ก็ได้แรงบันดาลใจมาจากหน้าตาของตัวเขาเองในวัยเด็ก ตอนที่ยังเป็นเด็กผู้ชายขี้อาย ก็เลยจินตนาการให้เทพเจ้าออกมาดูน่ารัก กลมมน น่าเอ็นดู และให้ความรู้สึกถึงโชคลาภ ส่วนสีที่ใช้ก็เป็นสีสดใสที่เป็นสีโปรดมาตั้งแต่เด็ก
“ผมชอบวาดรูปเทพเจ้ามาตั้งแต่เด็กๆ ก็เลยอยากถ่ายทอดภาพลักษณ์ของพวกท่านให้น่ารักและเข้าถึงง่าย เพื่อให้ผู้คนได้รู้จักวัฒนธรรมวัดของไต้หวันมากขึ้น เมื่อนำจินตนาการอิสระแบบเด็ก ๆ มาผสมเข้ากับวัฒนธรรมดั้งเดิม ก็เป็นความตั้งใจของผมที่จะสร้างโลกที่มีเอกลักษณ์เฉพาะขึ้นมา” เจ้าของผลงาน iiiii_dont_know เล่าให้ฟัง ซึ่งเขาพบว่า หลังเผยแพร่ผลงานออกไปแล้ว ผู้คนต่างวัฒนธรรมก็สามารถเข้าใจงานชิ้นนี้ได้ เพราะศิลปะเป็นการสื่อสารที่ไม่ต้องอาศัยคำพูด เพียงแค่สังเกตสีหน้า ท่าทาง และสีสัน ก็สามารถเข้าถึงความทรงจำและประสบการณ์ร่วมกันแล้ว
ส่วนการตั้งต้นสร้างแบรนด์ IP เกิดขึ้นหลังจากร่วมงานกับ
1982 Kids สตูดิโอสร้างสรรค์ที่ชอบหยิบจับความทรงจำในวัยเด็กและวัฒนธรรมท้องถิ่นมาต่อยอดเป็นคาแรกเตอร์ออริจินัล ผลิตทั้งงานภาพประกอบ ฟิกเกอร์ ของเล่น และนิทรรศการมากมาย ซึ่งทางศิลปิน iiiii_dont_know ได้ผลิตผลงานฟิกเกอร์เทพเจ้า Yue Lao (เย่ว์เหล่า) หรือที่คนไทยมักรู้จักกันในชื่อ เทพเฒ่าจันทรา หรือ เทพเจ้าด้ายแดง นั่นเอง กลายเป็นว่าผลงานชิ้นนี้ แฟนๆ ชื่นชอบและคาดหวังกับคาแรกเตอร์ไว้มากกว่าที่คิด เช่น อยากรู้ว่าเทพเจ้าเย่ว์เหล่าจะมีปฏิกิริยายังไง หลังได้ฟังคำอธิษฐาน จึงเกิดเป็นไอเดียให้เขาวาดเทพเจ้าองค์อื่นๆ ของไต้หวันเพิ่มเติม โดยออกแบบทั้งข้อความสติกเกอร์ ภาพประกอบเล่าเรื่องเพื่อถ่ายทอดบุคลิกและเอกลักษณ์เฉพาะตัวของเทพเจ้าแต่ละองค์

“ทุกครั้งที่ผมได้จัดนิทรรศการ เหมือนได้เรียนรู้และค้นพบสิ่งใหม่ๆ เสมอ แล้วก็เป็นโอกาสให้ได้พูดคุยกับแฟนๆ จากที่เคยคุยกันผ่านออนไลน์ก็ได้พบเจอตัวตนจริงๆ ได้สังเกตปฏิกิริยาของพวกเขา ท่ามกลางช่วงเวลาที่พวกเขาเชื่อมโยงกับผลงานของผม สิ่งเหล่านี้เป็นแรงผลักดันให้ผมสร้างสรรค์ผลงานเลยครับ” ศิลปินเล่าให้ฟัง
iiiii_dont_know บอกว่าเมื่อปี 2024 ได้มีโอกาสบวชเป็นพระอยู่ที่ไทยเป็นเวลา 1 เดือน เลยยิ่งรู้สึกคุ้นเคยและผูกพันกับประเทศไทยมาก การได้มางาน BKKIF 2026 ทำให้ยิ่งอยากเห็นงานของศิลปินไทยที่นำวัฒนธรรมท้องถิ่นมาตีความใหม่ๆ เป็นงานที่ดีที่จะได้เรียนรู้ความคิดสร้างสรรค์และความเชี่ยวชาญของคนไทย ขณะเดียวกันก็อยากถ่ายทอดวัฒนธรรมวัด ศาลเจ้า และเหล่าเทพเจ้าน่ารักของไต้หวัน ให้ผู้ชมชาวไทยได้รู้จักมากขึ้นด้วย

ใครจะคาดคิดว่าภาพวาดบนป้ายของร้านแกงกะหรี่เล็กๆ ชื่อ Miho Curry ในไต้หวันจะกลายเป็น IP คาแรกเตอร์ ที่โดดดังมากๆ โดยเป็นผลงานการออกแบบของศิลปิน Jhang Min-Hao (Miho) ร่วมกับ Hung Hsiao-Tung (Claire) ผู้อำนวยฝ่ายบริหารแบรนด์ โดยตั้งต้นจากการวาดแมวขึ้นมา แล้วเอาซิกเนเจอร์คิ้วหนาของผู้ออกแบบใส่เข้าไปด้วย เมื่อเวลาผ่านไปลูกค้าที่มาที่ร้านต่างก็ชอบมาก ทาง Miho จึงเริ่มต่อยอดคาแรกเตอร์ แล้วหยิบเอาเรื่องราวความหงุดหงิดจากการทำงานในแต่ละวัน บวกกับมุมมองธรรมชาติของผู้คนมาถ่ายทอดเป็นการ์ตูน ซึ่งคาแรกเตอร์นี้ค่อยๆ ปรับเปลี่ยนพัฒนาเรื่อยมา ผ่านการดึงบุคลิกและภาพลักษณ์ของ Miho มาเป็นต้นแบบหลัก รวมถึงนำความคิดเห็นจากแฟนๆ มาปรับปรุงด้วย นับจากนั้น ‘Miho Nyanko’ ตัวละครแมวที่เป็นพนักงานออฟฟิศวัย 33 ปี หน้าตานิ่งๆ คิ้วหน้า พุงกลมๆ และรักการดื่มเบียร์ยิ่งชีพ ก็เข้าไปอยู่ในใจผู้คน
“พวกเรามีช่วงทดลองตลาดที่ค่อนข้างประความสำเร็จ เราเริ่มทำสินค้าที่ระลึกออกมาวางขายที่ Miho Curry ตอนนั้นได้รับการตอบรับดีมากนะ ถึงกับมีแฟนๆ จากพื้นที่ต่างๆ ในไต้หวัน เดินทางมาที่ร้านเพื่อซื้อสินค้าโดยเฉพาะ เราเลยฉุกคิดกันว่า ไม่ได้มีแค่คนที่ชื่นชอบร้านอาหารอีกต่อไปแล้ว แต่มีคนติดตามและชื่นชอบ Miho Nyanko ในฐานะ IP โดยเฉพาะ เราก็เลยเปิดบัญชีอินสตาแกรมแยกสำหรับ Miho Nyanko แล้วเริ่มแยกแบรนด์ร้านอาหารออกจากแบรนด์ IP อย่างชัดเจน ซึ่งได้ผลตอบรับเป็นอย่างดี”

หนึ่งในเหตุผลหลักที่ทำให้ Miho Nyanko ได้รับการตอนรับจากผู้คนทั่วโลก พวกเขามองว่า น่าจะเพราะผลงานหลายชิ้นเป็นการ์ตูนสี่ช่องที่แทบไม่มีคำพูดเลย ทำให้ไม่ว่าจะไปจัดแสดงงานที่ไหน ไต้หวัน ญี่ปุ่น หรือสหรัฐอเมริกาก็ตาม ผู้ชมสามารถเข้าถึงเรื่องราว แล้วรู้สึกสนุกสนานกับมุกต่างๆ ได้ง่าย เพราะเรื่องราวในการ์ตูนส่วนใหญ่ก็เป็นเรื่องใกล้ตัวในชีวิตประจำวัน จากเหตุการณ์เล็กๆ น้อยๆ ความชอบส่วนตัวหรือพฤติกรรมที่เราคุ้นเคยกัน ทำให้ไม่ว่าจะผู้คนจากประเทศไหน หรือวัฒนธรรมไหนก็สามารถเข้าใจร่วมกันได้
“เราคิดว่าช่วงเวลาที่มีความหมายมากที่สุด คือ การได้เห็นคนที่เดินผ่านไปมาหยุดดูผลงานของเรา แล้วหัวเราะไปกับเรื่องราวที่ถ่ายทอด มันหมายความว่างานของเราได้สร้างความรู้สึกบางอย่าง ซึ่งเป็นความรู้สึกที่ดีมากจริงๆ ที่สามารถสื่อสารกับผู้คนผ่านผลงานได้ โดยไม่ต้องใช้คำพูดเลย” Miho เล่า
พวกเขาทั้งสองคนบอกว่า กำลังตั้งตารอดูผลงานของศิลปินที่เมืองไทยมากๆ เพราะคิดว่าสไตล์ของไทยน่าจะมีความแตกต่างจากไต้หวันและญี่ปุ่นอยู่ไม่น้อย และอยากนำผลงาน Miho Nyanko มาให้คนไทยได้รู้จัก และตื่นเต้นมากที่จะรอดูว่าทุกคนจะชื่นชอบ หรืออินไปกับผลงานไหม

บักแคท คาปู้ (Bugcat Capoo) เป็นสิ่งมีชีวิตเล็กๆ ที่ชอบสวาปามทุกอย่างที่ขวางหน้า และหน้าตาพิศวงจนน่าสงสัยว่า นี่คือแมลงหรือแมวกันแน่นะ?
เจ้าตัวน้อยนี้โด่งดังมากๆ เรียกได้ว่าไม่ว่าออกสินค้าคอลเลกชันไหนออกมา ก็ขายดิบขายดี แถมคอมมิกที่ชื่อ ‘คาปู้น้อยจอมเขมือบ’ ยังโด่งดังจนคว้ารางวัล Grand Prize จากการแข่งขัน LINE WEBTOON Original Comic Contest ครั้งแรกในหมวด Short Story เช่นเดียวกับสติกเกอร์ไลน์ที่ได้รับความนิยมอย่างมาก จนได้รับการบรรจุเข้าสู่ LINE Sticker Hall of Fame
ยารา (Yara) ผู้ออกแบบเจ้าคาปู้ เล่าแรงบันดาลใจให้ฟังว่า แม่ของเธอทำงานดูแลเด็ก ทำให้เธอได้ใกล้ชิดกับเด็กๆ อยู่บ่อยๆ บวกกับเธอชอบดูวิดีโอสัตว์ตัวเล็กๆ เลยยิ่งรู้สึกว่าเด็กและสัตว์ไม่จำเป็นต้องใช้คำพูดสื่อสาร แต่สามารถมีปฏิกิริยาตอบสนองสิ่งต่างๆ ได้อย่างบริสุทธิ์ และเป็นธรรมชาติ ทั้งตลก จริงใจ และน่าเอ็นดู เธอเลยมีเด็ก และสัตว์ตัวเล็กเป็นแรงบันดาลใจให้สร้างสรรค์ผลงานมาโดยตลอด
วันหนึ่งเมื่อเพื่อนกำลังมองหาคาแรกเตอร์สำหรับวิดีโอเกม เธอก็เลยเริ่มออกแบบ คาปู้ (Capoo) สิ่งมีชีวิตตัวเล็กสีฟ้าขึ้นมา แม้สุดท้ายเกมจะไม่ได้ถูกพัฒนาจนแล้วเสร็จ แต่เธอกลับชอบคาแรกเตอร์ตัวนี้มากจนตัดใจไม่ได้ ก็เลยนำมาแต่งเป็นการ์ตูนแล้วเผยแพร่ทางออนไลน์ ซึ่งการ์ตูนเรื่องนี้ก็ได้รับความรักจากผู้อ่านเป็นอย่างมาก ทำให้เธอมีกำลังใจที่จะพัฒนาคาปู้ให้กลายคาแรกเตอร์อย่างที่เห็นในปัจจุบัน
“ในช่วงแรก ฉันวาดภาพด้วยสไตล์ที่หลากหลาย ทั้งดูเหนือจริง แหวกแนว หรือเน้นความเป็นศิลปะ แต่ในที่สุดฉันค้นพบว่า สไตล์การ์ตูนที่เรียบง่าย เข้าใจง่าย ช่วยถ่ายทอดเสน่ห์ของคาปู้ออกมาได้อย่างเป็นธรรมชาติ สามารถเข้าถึงผู้อ่านได้มากที่สุด ฉันเลยเลือกการวาดด้วยแนวทางนี้ และวาดมาตลอดจนถึงปัจจุบัน”

บุคลิกของคาปู้เกิดจากการสังเกตพฤติกรรมของเด็กและสัตว์ ชอบอะไรก็เดินเข้าไปหา หิวก็กิน และลงมือทำตามความสนใจ หรือความอยากรู้อยากเห็น ทำให้แม้หน้าตาคาปู้จะดูน่ารักน่าเอ็นดู แต่ด้วยนิสัยซุกซน ใจร้อน และความตะกละที่ไม่มีที่สิ้นสุด จึงมักพาตัวเองและเพื่อนสัตว์สุดน่ารักไปพบเจอเรื่องราวคาดไม่ถึง แถมบางครั้งยังเผลอกลืนสิ่งที่ตัวเองชอบลงไปด้วยซ้ำ ทำให้ความน่ารักและนิสัยแสบสันของคาปู้นี้เอง กลายเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของเจ้าตัว
“ฉันอยากให้คาแรกเตอร์ดูเรียบง่าย จำได้ทันที และสื่ออารมณ์ผ่านการเคลื่อนไหวได้ ฉันให้คาปู้ตัวสีฟ้า ดูคล้ายแมว และขาทั้ง 6 ข้างคล้ายขาแมลง ซึ่งการออกแบบนี้ทำให้คาปู้สามารถถ่ายทอดอารมณ์และเล่าเรื่องผ่านสีหน้า ท่าทาง และจังหวะเล่าเรื่องแบบการ์ตูนได้ แม้จะไม่มีบทพูดเลยก็ตาม ถึงคาแรกเตอร์ของคาปู้จะไม่ได้ถูกกำหนดไว้ตั้งแต่แรก แต่ก็ค่อยๆ พัฒนาไปพร้อมกับการ์ตูน เมื่อคาปู้ได้ทำความรู้จักกับตัวละครอื่นๆ ทั้งบุคลิก ชีวิตประจำวัน ก็ค่อยๆ เป็นโลกที่มีรายละเอียดสมบูรณ์มากขึ้น” ยาราเล่า
จากความตั้งใจแรกที่จะวาดการ์ตูนคาปู้เผยแพร่ทางออนไลน์เฉยๆ โดยไม่ได้สนใจคิดเรื่อง IP อย่างจริงจัง จนวันหนึ่ง เธอสังเกตเห็นว่า ผู้อ่านไม่ได้อยากสนุกแค่เรื่องราวแต่ละตอนเท่านั้น พวกเขายังจำบุคลิก และลุ้นปฏิกิริยาของคาปู้ต่อเหตุการณ์ต่างๆ และอยากมีสินค้าของคาปู้ เช่น สติกเกอร์มาใช้เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันด้วย
ทำให้เมื่อเธอลองทำสติกเกอร์ไลน์ คาปู้จึงไม่ใช่เพียงตัวการ์ตูนในเว็บเท่านั้น แต่กลับกลายเป็นส่วนหนึ่งในบทสนทนาและการพูดคุยในชีวิตประจำวันของผู้คน ภายในไม่นาน แบรนด์ต่างๆ ก็เริ่มติดต่อเข้ามา ทำให้เธอรับรู้ได้ว่า ทุกคนไม่ได้ผูกพันกับคาปู้ที่เป็นเพียงภาพวาดเท่านั้น แต่คือคาปู้ คือหนึ่งในในคาแรกเตอร์ IP ที่เป็นที่รัก และสามารถเติบโตและต่อยอดได้ในระยะยาว
สิ่งที่ทำให้คนทั่วโลกแม้จะต่างวัฒนธรรมกัน แต่ทุกคนหลงรักคาปู้นั้น ยารามองว่า เรื่องราวของคาปู้ดำเนินไปแบบแทบไม่มีคำพูดเลย จึงต้องอาศัยการสื่ออารมณ์ผ่านสีหน้า การเคลื่อนไหว และจังหวะของการ์ตูน ทำให้ผู้ชมที่ไม่ว่าจะมาจากที่ไหน ก็สามารถเข้าใจว่าคาปู้กำลังมีความสุข สงสัย ซุกซน หรือกำลังอยากกินได้เลย โดยไม่จำเป็นต้องรู้ภาษาหรือมีพื้นฐานทางวัฒนธรรมแบบใดเป็นพิเศษ
“ความอยากกิน ความผูกพันกับเพื่อน หรือความหุนหันพลันแล่นในบางครั้ง ล้วนเป็นอารมณ์และประสบการณ์ที่ทุกคนคุ้นเคยกันดีในชีวิตประจำวัน แม้เรื่องราวบางตอนจะใส่อารมณ์ขันเกินจริงหรือออกไปทางตลกร้ายอยู่บ้าง แต่หัวใจสำคัญยังคงพูดถึงมิตรภาพ การมีเพื่อนอยู่เคียงข้าง และความสุขเล็ก ๆ เรียบง่ายในชีวิต ฉันคิดว่าความเรียบง่ายการเข้าใจง่าย และความแตกต่างระหว่างความน่ารักและอารมณ์ขันที่คาดไม่ถึง ช่วยให้คาปู้ก้าวข้ามข้อจำกัดด้านภาษาและวัฒนธรรม ผู้คนทั่วโลกสามารถเข้าใจคาแรกเตอร์ผ่านประสบการณ์ และมีความรู้สึกผูกพันกับคาปู้ในแบบตนเอง”
ยาราเล่าว่าช่วงที่มีความสุขที่สุดในการทำงาน คือ การค้นพบโมเมนต์ที่คาดไม่ถึง แล้วกลายเป็นเรื่องชวนตลกขบขันขึ้นมา ทำให้ความสุขในการทำงานของเธอ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับการสร้างชิ้นงานที่เสร็จสมบูรณ์ แต่ขึ้นอยู่กับช่วงพัฒนาไอเดียตั้งแต่ร่างแรกมากกว่า ซึ่งมักเริ่มจากมีไอเดีย หรือมีภาพเลือนรางในหัวคร่าวๆ จากนั้นค่อยลงมือพัฒนาผ่านการร่างภาพ และค่อยๆ ทดลองหลายแบบ จนได้ท่าทาง สีหน้า และจังหวะการ์ตูนที่ชัดเจนขึ้น
“แล้วจะยิ่งสนุกมาก ในตอนที่คิดมุกหักมุมแบบคาดไม่ถึง หรืออะไรที่ดูเพี้ยนๆ หลุดโลก แล้วถ่ายทอดออกมาเป็นภาพที่คนอ่านเข้าใจมุกตลกนั้นได้โดยไม่มีคำพูดเลยแม้แต่นิดเดียว” ยาราเล่าให้ฟัง
ซึ่งภายในงาน BKKIF 2026 ยาราก็เฝ้ารอที่จะพบครีเอเตอร์จากไทยและทั่วโลก พร้อมๆ กับการได้แลกเปลี่ยนการพัฒนาคาแรกเตอร์ ให้มีบุคลิกโดดเด่น และมีโลกเป็นของตัวเอง ไปจนถึงการต่อยอดเป็นสินค้า นิทรรศการ สติกเกอร์ไลน์ รวมถึงการร่วมมือกับหลากหลายธุรกิจ และที่น่าตื่นเต้นสุดๆ คืออยากรู้ว่าผู้ชมชาวไทยจะรู้สึกอย่างไรกับคาปู้บางนะ